🏠 เงินเดือน 30,000 บาท กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? พร้อมวิธีคำนวณและเทคนิคขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย!
สำหรับผู้ที่มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง คำถามสำคัญคือ “จะสามารถกู้ซื้อบ้านได้ในวงเงินเท่าไหร่?” รายได้ระดับนี้ถือเป็นฐานที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการเป็นเจ้าของบ้านราคาเริ่มต้นได้ บทความนี้จะมา วิเคราะห์และไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำวิธีการคำนวณที่ชัดเจน และเปิดเผยเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวเพื่อเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย
1. หลักการเบื้องต้น: ธนาคารพิจารณาวงเงินจากอะไร?
ธนาคารจะพิจารณาวงเงินกู้จาก “ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้” ของผู้กู้เป็นหลัก โดยใช้เครื่องมือสำคัญคือ อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt to Income Ratio: DTI)
- DTI คืออะไร?
คือการคำนวณสัดส่วนของภาระหนี้สินทั้งหมด (รวมทั้งหนี้บ้านใหม่และหนี้สินอื่น ๆ เช่น บัตรเครดิต ผ่อนรถ) เทียบกับรายได้ต่อเดือนของคุณ
DTI=
ภาระหนี้สินทั้งหมดที่ต้องจ่ายต่อเดือน ÷ (หาร) รายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่ายต่อเดือน x (คูณ) 100
ตัวอย่าง: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน และมีภาระผ่อนหนี้รวม (ผ่อนรถ, บัตรเครดิต, และผ่อนบ้านที่กำลังจะกู้) เป็น 12,000 บาทต่อเดือน
DTI=
12,000
───── x100 = 40 %
30,000
เกณฑ์มาตรฐาน: โดยทั่วไป ธนาคารส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้ DTI ของผู้กู้ไม่ควรเกิน 40% หรือสูงสุดไม่เกิน 70% (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประเภทสินเชื่อ) ยิ่ง DTI ต่ำ โอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อก็จะสูงขึ้น
- สูตรคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน (สูงสุด):
ความสามารถผ่อนต่อเดือน = รายได้รวม x (คูณ) อัตรา DTI ที่ธนาคารกำหนด – (ลบ) ภาระหนี้สินปัจจุบันต่อเดือน
- สูตรคำนวณประมาณการวงเงินกู้สูงสุด:
🔑 อัตราผ่อนต่อล้าน (Reference Rate): การกู้เงิน 1 ล้านบาท จะมีค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 6,500 – 7,500 บาท (ตัวเลขนี้จะแตกต่างกันตามอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนสูงสุด 30 ปี)
2. ตัวอย่างการคำนวณสำหรับเงินเดือน 30,000 บาท
เรามาดูตัวอย่างการคำนวณ 2 กรณี เพื่อให้เห็นภาพวงเงินกู้ที่ชัดเจนที่สุด โดยใช้เกณฑ์ DTI กลางที่ 40% (เป็นระดับที่ธนาคารส่วนใหญ่จะอนุมัติง่าย) และใช้ค่าผ่อนชำระต่อล้านที่ 7,000 บาท
กรณีที่ 1: ไม่มีภาระหนี้สินอื่น (ใช้ DTI 40%)
- เงินเดือน: 30,000 บาท
- ความสามารถผ่อนสูงสุด: 30,000 x 40% = 12,000บาท/เดือน
- ประมาณวงเงินกู้สูงสุด: (12,000 x 1,000,000) ÷ 7,000 ≈1,714,285 บาท
💡 ข้อสรุปกรณีที่ 1: หากไม่มีภาระหนี้สินอื่น ผู้ที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสกู้ได้วงเงินสูงถึง 1.7 – 1.8 ล้านบาท โดยประมาณ
กรณีที่ 2: มีภาระหนี้สินอื่น (เช่น ผ่อนรถยนต์ 5,000 บาท/เดือน, ใช้ DTI 40%)
- เงินเดือน: 30,000 บาท
- ภาระหนี้สินเดิม: 5,000 บาท/เดือน
- ความสามารถผ่อนสูงสุด: (30,000 x 40%) – 5,000 = 7,000 บาท/เดือน
- ประมาณวงเงินกู้สูงสุด: (7,000 x 1,000,000) ÷ 7,000 = 1,000,000 บาท
💡 ข้อสรุปกรณีที่ 2: หากมีภาระหนี้สินอื่น วงเงินกู้จะลดลงเหลือประมาณ 1.0 – 1.2 ล้านบาท เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับยอดหนี้เดิมและเกณฑ์ DTI ที่ธนาคารกำหนด)
3. เทคนิคเพิ่มโอกาสกู้ผ่านและได้วงเงินสูงขึ้น
หากวงเงินที่คำนวณได้ยังไม่เพียงพอต่อราคาบ้านที่คุณต้องการ ลองพิจารณาเทคนิคเหล่านี้เพื่อเพิ่มความสามารถและสร้างความมั่นใจให้ธนาคาร:
- 👥 การกู้ร่วม (Joint Loan): การหาคู่สมรส, พี่น้อง, หรือบุตรมา กู้ร่วม จะเป็นการ รวมรายได้ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระ (DTI) เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีโอกาสได้รับวงเงินที่สูงขึ้นตามไปด้วย
- 💰 เพิ่มเงินดาวน์ (Down Payment): การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่มากขึ้น (เช่น 10% – 20% ของราคาบ้าน) จะช่วยลดวงเงินกู้ที่คุณต้องขอจากธนาคาร ทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนลดลง และธนาคารจะพิจารณาอนุมัติได้ง่ายขึ้น
- 💳 ปิดภาระหนี้สินอื่นก่อนยื่นกู้: หากมีหนี้สินบัตรเครดิต, หนี้ผ่อนสินค้า, หรือหนี้รถยนต์ ที่สามารถชำระปิดได้ก่อนยื่นกู้ ควรดำเนินการทันที เพื่อลดภาระหนี้สินรวม ทำให้ความสามารถในการผ่อนบ้าน (DTI) สูงขึ้น
- 📈 เดินบัญชีสม่ำเสมอและสกัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น: รักษาประวัติการเดินบัญชี (Statement) ให้สวยงาม มีเงินเข้า-ออกสม่ำเสมอ และ แสดงให้เห็นถึงเงินออมคงเหลือ อย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงถึงวินัยและความมั่นคงทางการเงิน
- 📄 เตรียมเอกสารรายได้เสริม: นอกเหนือจากสลิปเงินเดือน ควรเตรียมเอกสารรายได้อื่น ๆ ที่ธนาคารอาจนำมาพิจารณาได้ เช่น ค่าคอมมิชชั่น, โบนัส, หรือรายได้เสริม (หากมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย) ให้ครบถ้วน เพื่อแสดงรายได้รวมที่สูงขึ้นจริง
📌”สรุปได้ว่า ผู้ที่มี เงินเดือน 30,000 บาท สามารถเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้จริงค่ะ โดยทั่วไป ราคาบ้านที่เหมาะสมและมีความเสี่ยงต่ำ ควรอยู่ในช่วง 1.7 – 2.0 ล้านบาท หากท่านไม่มีภาระหนี้สินอื่น ๆ เลย
อย่างไรก็ตาม หากท่านสนใจบ้านในราคาสูงกว่านี้ เช่น 2.5 ล้านบาท ขึ้นไป การพิจารณาหาผู้กู้ร่วม หรือ การเตรียมเงินดาวน์ก้อนใหญ่ขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวงเงินกู้ให้สูงขึ้นได้
การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบคือก้าวแรกที่มั่นคงที่สุดในการซื้อบ้าน อย่าลังเลที่จะเริ่มต้น! ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารที่สนใจได้ทันที เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับวงเงินกู้ และเงื่อนไขโปรโมชั่นล่าสุดที่ตรงกับสถานการณ์ทางการเงินของท่านมากที่สุดค่ะ.”
🧮 ตารางเปรียบเทียบเงินผ่อนชำระบ้านและวงเงินกู้สูงสุด (ฉบับเข้าใจง่าย)
เงินเดือน(บาท)
จำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือน (บาท)
วงเงินกู้สูงสุดโดยประมาณ(บาท)
เงินเดือน 15,000 บาท
ชำระ/เดือน 6,000 บาท
วงเงินกู้ 900,000 บาท
เงินเดือน 20,000 บาท
ชำระ/เดือน 8,000 บาท
วงเงินกู้ 1,200,000 บาท
เงินเดือน 25,000 บาท
ชำระ/เดือน 10,000 บาท
วงเงินกู้ 1,500,000 บาท
เงินเดือน 30,000 บาท
ชำระ/เดือน 12,000 บาท
วงเงินกู้ 1,800,000 บาท
เงินเดือน 35,000 บาท
ชำระ/เดือน 14,000 บาท
วงเงินกู้ 2,100,000 บาท
เงินเดือน 40,000 บาท
ชำระ/เดือน 16,000 บาท
วงเงินกู้ 2,400,000 บาท
เงินเดือน 45,000 บาท
ชำระ/เดือน 18,000 บาท
วงเงินกู้ 2,700,000 บาท
เงินเดือน 50,000 บาท
ชำระ/เดือน 20,000 บาท
วงเงินกู้ 3,000,000 บาท
เงินเดือน 55,000 บาท
ชำระ/เดือน 22,000 บาท
วงเงินกู้ 3,300,000 บาท
เงินเดือน 60,000 บาท
ชำระ/เดือน 24,000 บาท
วงเงินกู้ 3,600,000 บาท
เงินเดือน 65,000 บาท
ชำระ/เดือน 26,000 บาท
วงเงินกู้ 3,900,000 บาท
เงินเดือน 70,000 บาท
ชำระ/เดือน 28,000 บาท
วงเงินกู้ 4,200,000 บาท
เงินเดือน 80,000 บาท
ชำระ/เดือน 32,000 บาท
วงเงินกู้ 4,800,000 บาท
เงินเดือน 90,000 บาท
ชำระ/เดือน 36,000 บาท
วงเงินกู้ 5,400,000 บาท
เงินเดือน 100,000 บาท
ชำระ/เดือน 40,000 บาท
วงเงินกู้ 6,000,000 บาท
✍️ ตารางนี้แสดงภาพรวมของ เงินงวดผ่อนชำระต่อเดือน และ วงเงินกู้สูงสุด โดยตัวเลขเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น.
📚 อ้างอิง : ddproperty , ghbank.co.th, kasikornbank