กู้ร่วมซื้อบ้าน ต้องรู้อะไรบ้าง? คู่มือครบจบเข้าใจง่าย ปี 2026

กู้ร่วมซื้อบ้าน ต้องรู้อะไรบ้าง? คู่มือครบจบเข้าใจง่าย ปี 2026

กู้ร่วมซื้อบ้าน ต้องรู้อะไรบ้าง?

คู่มือครบ เข้าใจง่าย เพิ่มโอกาสมีบ้านในฝันง่ายขึ้น ปี 2026

การซื้อบ้านในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความฝัน” แต่ยังเป็นเรื่องของการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น หลายคนจึงเริ่มมองหา “การกู้ร่วมซื้อบ้าน” เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น

แต่ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ร่วม มีหลายเรื่องสำคัญที่ควรรู้ ทั้งเงื่อนไข ผู้ที่สามารถกู้ร่วมได้ ข้อดี ข้อควรระวัง รวมถึงเอกสารที่ต้องเตรียม บทความนี้ Larose Property by P.Chayapas จะพาคุณทำความเข้าใจเรื่อง “กู้ร่วมซื้อบ้าน” แบบครบ จบ เข้าใจง่าย ในสไตล์มืออาชีพ เพื่อให้บ้านในฝันของคุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

เรื่องบ้าน... เราอยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
🗝️ กุญแจสู่บ้านในฝันของคุณ... เริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่นี่!

กู้ร่วมซื้อบ้าน คืออะไร?

การกู้ร่วมซื้อบ้าน คือ การที่ผู้กู้มากกว่า 1 คน (สูงสุดไม่เกิน 3 คน) ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อบ้านกับธนาคาร โดยธนาคารจะนำรายได้และภาระหนี้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกัน เพื่อเพิ่ม "ความสามารถในการผ่อนชำระ" และช่วยให้ได้รับวงเงินกู้ที่สูงขึ้น

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่:

  • รายได้คนเดียวขอกู้แล้ว วงเงินยังไม่เพียงพอ

  • ต้องการขยับขยายไปบ้านราคาสูงขึ้น หรือทำเลที่ดีขึ้น

  • ต้องการเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

  • ต้องการวางแผนแบ่งภาระค่าใช้จ่ายและผ่อนชำระร่วมกันในระยะยาว

🤝 ใครบ้างที่สามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้? (อัปเดตปี 2026)

ปัจจุบันธนาคารมีการเปิดกว้างมากขึ้น โดยจะพิจารณาบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันชัดเจน ดังนี้ครับ:

1. คู่สมรส: ทั้งคู่สมรสที่จดทะเบียน และกรณีไม่ได้จดทะเบียน (แต่มีหลักฐานยืนยัน เช่น ภาพถ่ายงานแต่งงาน หรือมีบุตรร่วมกัน)

2. เครือญาติสายตรง: พ่อ แม่ ลูก หรือพี่น้องท้องเดียวกัน (หากคนละนามสกุล ต้องมีสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านยืนยันความสัมพันธ์) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารอนุมัติได้ง่ายที่สุด

3. คู่รัก LGBTQ+ (คู่ชีวิตเพศเดียวกัน): ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่ในไทยมีแพ็กเกจสินเชื่อรองรับอย่างเป็นทางการแล้ว เพียงแสดงหลักฐานการอยู่ร่วมกัน เช่น บัญชีเงินฝากร่วมกัน หรือสัญญาเช่าที่อยู่ร่วมกัน

หมายเหตุ: เงื่อนไขรายละเอียดและเกณฑ์การพิจารณาของแต่ละธนาคารอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อก่อนยื่นกู้ค่ะ

✅ ข้อดีของการกู้ร่วมซื้อบ้าน
  • เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ: เมื่อรวมรายได้กัน ธนาคารจะมองเห็นศักยภาพในการผ่อนชำระและลดความเสี่ยงลง

  • ได้วงเงินกู้สูงขึ้น: ช่วยให้สามารถเลือกบ้านหรือคอนโดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้มากกว่าเดิม

  • ช่วยแบ่งเบาภาระ: การกระจายค่างวดผ่อนร่วมกัน ช่วยลดแรงกดดันทางการเงินต่อคน

  • ได้รับเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ดีขึ้น: หากผู้กู้ร่วมคนใดคนหนึ่งมีเกรดเฉลี่ยเครดิต (Credit Score) ที่ดีหรือเป็นพนักงานบริษัทคู่สัญญา (Corporate) ก็อาจได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ

⚠️ ข้อควรระวังที่ต้องตกลงกันให้ชัดเจน
  • ภาระหนี้ผูกพันเต็มจำนวน: ในทางกฎหมาย ทุกคนถือเป็น "ลูกหนี้ร่วม" หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ผ่อนต่อ อีกคนยังคงต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมด

  • กระทบเครดิตบูโรร่วมกัน: หากมีการค้างชำระ ประวัติทางการเงินจะเสียร่วมกันทุกคน

  • การถอนชื่อภายหลังทำได้ยาก: หากเลิกราหรือต้องการแยกย้าย การถอนชื่อผู้กู้ร่วมต้องได้รับความยินยอมจากธนาคาร ซึ่งมักจะต้องทำเรื่องรีไฟแนนซ์ (Refinance) ใหม่

  • กระทบสิทธิ์การกู้ในอนาคต: ชื่อของคุณจะมีภาระหนี้ก้อนใหญ่ผูกพันอยู่ ทำให้วงเงินในการไปกู้ซื้อทรัพย์สินอื่นลดลง

📝 เอกสารที่ต้องใช้ในการกู้ร่วมซื้อบ้าน (เตรียมครบ ยื่นไว ผ่านง่าย)
1. เอกสารส่วนตัว
  • บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน
  • ใบเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล (ถ้ามี)
  • ทะเบียนสมรส / ใบหย่า (ถ้ามี)
2. เอกสารรายได้ (พนักงานประจำ)

• สลิปเงินเดือนล่าสุด (ย้อนหลัง 3-6 เดือน)
• หนังสือรับรองเงินเดือน (ระบุตำแหน่ง รายได้ และอายุงาน)
• Statement บัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

3. เอกสารรายได้ (ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ)

• หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ ทวิ 50) ย้อนหลังอย่างน้อย 6-12 เดือน (สำคัญมาก เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของรายได้)
• บัญชีแสดงรายรับ-รายจ่าย ย้อนหลัง (ถ้ามี)
• หลักฐานชิ้นงาน ผลงานที่ผ่านมา หรือสัญญาจ้างงาน
• Statement บัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงิน ย้อนหลัง 6-12 เดือน

4. เอกสารรายได้ (เจ้าของธุรกิจ / ผู้ประกอบการ)

• หนังสือรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วนจำกัด (อายุไม่เกิน 3-6 เดือน)
• บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) (ถ้ามี)
• ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือเอกสารยื่นภาษี (ภ.พ.30) ย้อนหลัง 6 เดือน
• Statement บัญชีในนามบริษัท และบัญชีส่วนตัว ย้อนหลัง 6-12 เดือน

5. เอกสารทรัพย์สิน

• สำเนาโฉนดที่ดิน (ทุกหน้า)
• สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
• เอกสารข้อมูลโครงการบ้านหรือห้องชุด

🚀 5 เทคนิคเพิ่มโอกาสกู้ร่วมให้ผ่านฉลุย
  • ตรวจเครดิตบูโรก่อนยื่นกู้: ควรเช็กประวัติทางการเงินของผู้กู้ทุกคนล่วงหน้า 1-2 เดือนเพื่อเคลียร์ยอดค้างชำระ

  • ลดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็น: ปิดบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้ หรือผ่อนชำระสินเชื่อส่วนบุคคล/รถยนต์ให้ลดลงก่อนยื่นกู้ เพื่อเพิ่มวงเงิน

  • เดินบัญชี (Statement) ให้สวยงาม: มีเงินโอนเข้าสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้เงินจนเกลี้ยงบัญชี

  • เตรียมเงินสำรองวันโอน: นอกจากค่าบ้านแล้ว ควรมีเงินเผื่อค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และค่าส่วนกลางล่วงหน้า

  • เลือกบ้านให้เหมาะกับกำลังผ่อน: ค่างวดบ้านที่ดี ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้รวม เพื่อให้ชีวิตในบ้านใหม่มีความสุขอย่างแท้จริง

📌 สรุป

“การกู้ร่วมซื้อบ้าน” เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสานฝันสู่ความเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในยุค 2026 นี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การพูดคุยและวางแผนการเงินร่วมกันอย่างโปร่งใสตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้บ้านหลังใหม่เป็นทั้งพื้นที่แห่งความสุขและความมั่นคงในระยะยาวของทุกคนค่ะ

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด หรือต้องการที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์วงเงินสินเชื่อบ้านยื่นกู้ร่วม... Larose Property by P.Chayapas ยินดีดูแลและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่พาทัวร์ชมโครงการ วางแผนเอกสาร จนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดินค่ะ

เรื่องบ้าน... เราอยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
🗝️ กุญแจสู่บ้านในฝันของคุณ... เริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่นี่!
ติดต่อเราได้เลยวันนี้ค่ะ

อ้างอิง : ttbbank ,  krungthai , lh.co.th

บ้านที่ใช่ เริ่มต้นจากคำแนะนำที่ดี

หากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด หรืออยากปรึกษาเรื่องสินเชื่อบ้าน
Larose Property by P.Chayapas
ยินดีดูแลและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์

เรื่องบ้าน... เราอยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
🗝️ กุญแจสู่บ้านในฝันของคุณ... เริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่นี่!

Call Us

065-632-7897

086-440-1768

Line ID

p.chayapas

Email Us

hello@laroseproperty.com

FAQ รวมเรื่องต้องรู้ มาตรการลดค่าโอน-จำนอง 2569

FAQ รวมเรื่องต้องรู้ มาตรการลดค่าโอน-จำนอง 2569

คำถามที่พบบ่อย

ใกล้เข้ามาทุกทีกับโค้งสุดท้ายของ มาตรการลดค่าโอน-จำนอง 2569 ที่หลายคนกำลังรอคอย! สำหรับใครที่มีแผนจะซื้อบ้านหรือคอนโดในปีนี้ ดิฉัน P.Chayapas จาก Larose Property ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ "มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง 2569" มาสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด เพราะเราอยากให้เรื่องบ้าน... เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณค่ะ

หมวดที่ 1: เงื่อนไข "ราคา" และ "วงเงิน" (Price & Limit)

Q: ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ดูจากราคาไหนเป็นหลัก?
  • A: ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท ทั้งราคาซื้อขายจริงและราคาประเมินทุนทรัพย์ จากกรมที่ดินค่ะ หากราคาใดราคาหนึ่งเกิน 7 ล้านบาท (แม้แต่บาทเดียว) จะไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อน และต้องจ่ายอัตราปกติ (โอน 2% / จำนอง 1%) ทันทีค่ะ.
Q: ถ้าซื้อบ้านราคา 7,000,000 บาท พอดีเป๊ะ จะได้รับสิทธิ์ไหม?
  • A: ได้รับสิทธิ์ค่ะ เนื่องจากเงื่อนไขคือ "ไม่เกิน" 7 ล้านบาท ดังนั้นราคา 7 ล้านบาทถ้วนยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมเหลือ 0.01% ค่ะ.
Q: วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท หมายความว่าอย่างไร?

A: หมายถึงยอดเงินกู้ที่ระบุในสัญญาจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และ ตัวทรัพย์ ต้องมีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเป็นพื้นฐานด้วยค่ะ (เช่น หากบ้านราคา 8 ล้าน แต่กู้แค่ 5 ล้าน แบบนี้จะไม่ได้สิทธิ์ลดค่าจำนอง เพราะตัวบ้านราคาเกินเกณฑ์แต่แรกค่ะ).

หมวดที่ 2: ประเภท "อสังหาฯ" และ "ผู้ซื้อ" (Property & Buyer)

Q: มาตรการนี้ใช้ได้กับบ้านประเภทไหนบ้าง?
  • A: ครอบคลุมทั้ง บ้านมือหนึ่ง (จากโครงการ) และ บ้านมือสอง (ซื้อต่อบุคคลทั่วไป) ได้แก่ บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียมค่ะ (ยกเว้นที่ดินเปล่า ไม่ได้รับสิทธิ์นี้).
Q: ใครบ้างที่มีสิทธิ์รับส่วนลดนี้?

A: ต้องเป็น บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้นค่ะ (นิติบุคคลหรือชาวต่างชาติไม่ได้รับสิทธิ์) โดยไม่จำกัดว่าเป็นบ้านหลังแรกหรือไม่ ซื้อเป็นหลังที่ 2 หรือ 3 ก็ได้รับสิทธิ์หากราคาอยู่ในเกณฑ์ค่ะ.

หมวดที่ 3: ขั้นตอนและเทคนิคการรับสิทธิ์ (Process & Tips)

Q: ต้องจดทะเบียนโอนและจำนอง "พร้อมกัน" เท่านั้นใช่ไหม?
  • A: ใช่ค่ะ เพื่อรับสิทธิ์ลดค่าจำนองเหลือ 0.01% ต้องจดทะเบียนโอนและจำนองในวันเดียวกันเท่านั้น หากโอนก่อนแล้วมาจำนองภายหลัง จะเสียค่าจำนองในอัตราปกติ 1% ค่ะ.
Q: ซื้อบ้านเงินสด (ไม่กู้แบงก์) จะได้รับสิทธิ์หรือไม่?
  • A: ได้รับสิทธิ์ค่าโอนค่ะ ท่านจะเสียค่าโอนเพียง 0.01% ทันที เพียงแต่จะไม่มีส่วนของค่าจำนองเนื่องจากไม่ได้มีการกู้ยืมเงินนั่นเองค่ะ.
Q: ระยะเวลามาตรการเริ่มและสิ้นสุดเมื่อไหร่?

A: เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ค่ะ แนะนำให้เผื่อเวลาตรวจรับบ้านและดำเนินเรื่องสินเชื่อให้เสร็จสิ้นก่อนวันสิ้นสุดมาตรการนะคะ.

ตารางเปรียบเทียบ: จ่ายปกติ vs ใช้มาตรการ (ราคาบ้าน 5 ล้านบาท)

ค่าโอน (2% vs 0.01%)

อัตราปกติ (บาท)
2%
100,000

อัตราพิเศษ 2569 (บาท)
0.01%
500

ประหยัดไปได้ (บาท)

99,500

ค่าจำนอง (1% vs 0.01%)

อัตราปกติ (บาท)

50,000

อัตราพิเศษ 2569 (บาท)

500

ประหยัดไปได้

49,500

รวมที่ต้องจ่าย

อัตราปกติ (บาท)

150,000

อัตราพิเศษ 2569 (บาท)

1,000

ประหยัดไปได้

149,000

มาตรการดีๆ แบบนี้มีระยะเวลาจำกัดถึงเพียงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้นนะคะ อย่าปล่อยให้ความสับสนเรื่องเอกสารหรือเงื่อนไขทางกฎหมายทำให้คุณพลาดสิทธิ์ประโยชน์หลักแสน! หากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือกำลังมองหาบ้านที่เข้าเงื่อนไขมาตรการนี้ ทักมาคุยกับชยาภัสร์ที่ Larose Property ได้ทุกช่องทางค่ะ เราพร้อมดูแลทุกขั้นตอนให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ.

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

เพื่อให้การทำธุรกรรมของคุณราบรื่นที่สุด แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลอัปเดตล่าสุดกับเว็บไซต์ของ กรมที่ดิน (www.dol.go.th) หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ของท่านอีกครั้ง ก่อนถึงกำหนดวันโอนจริงนะคะ.

Ask Your Question

p.chayapas

Call Us

065-632-7897 , 086-440-1768

ลาโรเซ่ พร็อพเพอร์ตี้

เรื่องบ้าน... เราอยากให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ 🗝️ กุญแจสู่บ้านในฝันของคุณ... เริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่นี่!

Newsletter

ลดค่าโอน-จำนอง 0.01% ถึงปี 69 สรุปเงื่อนไขล่าสุดที่นี่!

ลดค่าโอน-จำนอง 0.01% ถึงปี 69 สรุปเงื่อนไขล่าสุดที่นี่!

ข่าวดีคนอยากมีบ้าน! มาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง 0.01% ขยายเวลาถึงกลางปี 2569

การเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! เมื่อรัฐบาลประกาศข่าวดีขยายเวลามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% ยาวไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในช่วงนี้

LAROSE PROPERTY BY P.CHAYAPAS ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดว่ามาตรการนี้ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แค่ไหน และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้างที่คุณควรรู้

สรุปการปรับลดค่าธรรมเนียม: จากหลักหมื่นเหลือหลักร้อย!

มาตรการนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการปรับลดดังนี้:

รายการค่าธรรมเนียม

อัตราปกติ

อัตราพิเศษ (มาตรการรัฐ)

ค่าธรรมเนียมการโอน

2.00%

เหลือเพียง 0.01%

ค่าธรรมเนียมการจำนอง

1.00%

เหลือเพียง 0.01%

ตัวอย่างความคุ้มค่า: หากคุณซื้อบ้านในราคา 7,000,000 บาท

  • ปกติ: ต้องจ่ายค่าโอนและจำนองรวมกันประมาณ 210,000 บาท

  • ภายใต้มาตรการนี้: คุณจะจ่ายเพียง 1,400 บาท เท่านั้น!

ช่วยประหยัดเงินไปได้กว่า 208,600 บาท!

เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ์

เพื่อให้การวางแผนซื้อบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น มาตรการนี้มีเกณฑ์การตัดสินดังนี้ค่ะ:

1. ระดับราคา: ราคาซื้อขายและราคาประเมินต้อง ไม่เกิน 7 ล้านบาท

2. ประเภทอสังหาริมทรัพย์: ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม

3. สถานะทรัพย์: ใช้ได้ทั้ง บ้านมือหนึ่ง (จากโครงการ) และ บ้านมือสอง

4. วงเงินจำนอง: ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และต้องจดทะเบียนโอนพร้อมจำนองในคราวเดียวกัน

5. สัญชาติ: สงวนสิทธิ์สำหรับ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้น

ระยะเวลาดำเนินมาตรการ

มาตรการนี้มีผลตั้งแต่วันนี้ และขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น หากใครที่กำลังเล็งบ้านในฝันไว้ นี่คือช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดในการตัดสินใจค่ะ.

ปรึกษาเรื่องบ้านกับ LAROSE PROPERTY

การซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ นอกจากมาตรการรัฐที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว การเลือกทรัพย์ที่ "ใช่" และ "คุ้มค่า" ในระยะยาวก็สำคัญไม่แพ้กัน

ที่ LAROSE PROPERTY เรายินดีให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การประเมินความคุ้มค่า ไปจนถึงการประสานงานเรื่องมาตรการต่างๆ เพื่อให้การเป็นเจ้าของบ้านของคุณเป็นเรื่องง่ายและสบายใจที่สุด.

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดชมทรัพย์:

  • Facebook: Laroseproperty

  • Line ID: p.chayapas

  • Tel: 065-632-7897 , 086-440-1768

📚 อ้างอิง : ghbank.co.thddproperty

 

Say Hello!

065-632-7897
086-440-1768

Line ID : p.chayapas

Links

About

Contact

Shop

10 เช็คลิสต์ก่อนยื่นกู้บ้าน! เตรียมให้พร้อม กู้ผ่านชัวร์ 100%

10 เช็คลิสต์ก่อนยื่นกู้บ้าน! เตรียมให้พร้อม กู้ผ่านชัวร์ 100%

❌หยุดความกังวล! ที่ปรึกษา Larose Property ทราบดีว่าการขอสินเชื่อบ้านอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่ความสำเร็จเริ่มต้นที่การเตรียมตัวที่ดี

ดังนั้นคุณควร เช็คความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารใช้พิจารณาอย่างละเอียด คู่มือฉบับย่อ: เช็คลิสต์ 10 ข้อ ที่คุณต้องปฏิบัติชุดนี้ จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะการเงินและเอกสารที่จำเป็น ก่อนยื่นกู้จริง เพื่อให้การอนุมัติสินเชื่อของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด

ส่วนที่ 1: 💰 การเตรียมความพร้อมด้านสถานะทางการเงิน (5 ขั้นตอนสำคัญ)

ลำดับ

การปฏิบัติที่ต้องทำ

วัตถุประสงค์ (ทำไมต้องทำ?)

1.

ประเมิน DSR และวงเงินกู้เบื้องต้น

เพื่อทราบเพดานวงเงินกู้สูงสุดที่ธนาคารจะอนุมัติ โดยคำนวณภาระหนี้ทั้งหมดแล้วไม่ให้เกิน 60% ของรายได้ต่อเดือน

2.

เคลียร์หนี้/ปิดบัตรเครดิตที่ไม่ใช้

เพื่อลดภาระหนี้ในระบบ (DTI) เพราะวงเงินที่เหลือในบัตรแม้ไม่ได้ใช้ ก็ถูกนับเป็นภาระหนี้ที่อาจส่งผลให้กู้ได้วงเงินลดลง

3.

ตรวจสอบรายงานเครดิตบูโร

เพื่อยืนยันว่าไม่มีสถานะ "ชำระล่าช้า" หรือ "ผิดนัดชำระ" ในรอบ 1-2 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการอนุมัติสินเชื่อ

4.

เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายแฝง

มีเงินสดสำรองสำหรับค่าธรรมเนียมการโอน, ค่าจดจำนอง, ค่าประเมิน, และค่าส่วนกลาง อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน (เช่น ค่าโอน 2%, ค่าจดจำนอง 1%)

5.

เงินออมสำหรับเงินดาวน์

เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม โดยส่วนใหญ่มักอยู่ที่ 10-20% ของราคาบ้าน  การมีเงินดาวน์ที่สูงกว่า 20% อาจช่วยให้ได้ "อัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น" (เนื่องจากความเสี่ยงของธนาคารลดลง) ช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ

ส่วนที่ 2: 📋 การจัดเตรียมเอกสารที่ครบถ้วน (5 ขั้นตอนปฏิบัติ)

ลำดับ

การปฏิบัติที่ต้องทำ

วัตถุประสงค์ (ทำไมต้องทำ?)

6.

เตรียมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง

รวบรวม Statement จากทุกธนาคาร ย้อนหลัง 6 เดือน (พนักงานประจำ) หรือ 12 เดือน (อาชีพอิสระ/เจ้าของกิจการ) เน้นเรื่อง "ความสม่ำเสมอของ Statement" (ต้องมีเงินเข้า/ออกสม่ำเสมอ) และห้าม "กดเงินออกจนหมดบัญชี" ก่อนยื่น

7.

รวบรวมเอกสารรายได้ให้เป็นปัจจุบัน

เตรียมสลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด พร้อม หนังสือรับรองเงินเดือน ฉบับจริงที่ออกให้ไม่เกิน 30 วัน

สำหรับพนักงานประจำ: สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

สำหรับอาชีพอิสระ/เจ้าของธุรกิจ: Statement, ทะเบียนการค้า, งบการเงิน, หลักฐานการรับงาน, Statement ย้อนหลัง 12 เดือน

8.

จัดทำสำเนาเอกสารภาษีย้อนหลัง

สำหรับเจ้าของกิจการ/ฟรีแลนซ์ ต้องเตรียมสำเนา ภ.ง.ด. 90/91 ย้อนหลัง 2 ปี เพื่อพิสูจน์รายได้

ขยายความสำหรับอาชีพอิสระ: เน้นย้ำว่าเอกสารภาษีคือ "หัวใจสำคัญ" ของการกู้ของกลุ่มนี้ และต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ "ตรงกับรายได้จริง" ไม่ใช่ยื่นต่ำกว่าความเป็นจริง

9.

จัดเตรียมสำเนาเอกสารส่วนตัว

เตรียมสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ของผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมทุกคน ให้พร้อม

เพิ่ม "สำเนาทะเบียนสมรส/หย่า" (ถ้ามี) และ "สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล" (ถ้ามี) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่หลายคนลืม

10.

เตรียมเอกสารหลักประกัน (อสังหาริมทรัพย์)ให้พร้อมสำหรับการประเมิน

จัดเตรียมสำเนาโฉนดที่ดิน (ถ่ายสำเนาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) และสัญญาจะซื้อจะขาย ให้พร้อมสำหรับยื่นประกอบการประเมินราคา

หมายเหตุพิเศษ: หากเป็นการยื่นกู้เพื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง คุณต้องเตรียม ใบอนุญาตก่อสร้าง และ แบบแปลนบ้าน (พิมพ์เขียว) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ธนาคารใช้ในการประเมินมูลค่าโครงการและปล่อยสินเชื่อเป็นงวดๆ"

🏠 ให้การกู้บ้านเป็นเรื่องง่าย มั่นใจทุกขั้นตอน

เมื่อคุณได้ดำเนินการตามเช็คลิสต์ทั้ง 10 ข้อนี้ครบถ้วนแล้ว คุณก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อด้วย**ความมั่นใจสูงสุด** และไม่ต้องเผชิญกับปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” ที่เกิดจากความไม่พร้อมทางการเงิน

**Larose Property by P.Chayapas** ไม่ได้แค่แนะนำ แต่เราพร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางของคุณในการพิชิตสินเชื่อบ้าน เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยตรวจสอบความพร้อมของเอกสาร **(Pre-Approve)** ก่อนยื่นธนาคารจริง เพื่อให้คุณได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด และลดโอกาสถูกปฏิเสธ

**📢 อย่าปล่อยให้ขั้นตอนสุดท้ายต้องสะดุด!**

📞 **ปรึกษา Larose Property วันนี้!** ให้เราดูแลคุณทุกขั้นตอนของการยื่นกู้ ตั้งแต่การเตรียมตัวจนถึงการอนุมัติ ➡️ โทร \[เบอร์โทรศัพท์] หรือ คลิกเพื่อขอคำปรึกษาฟรี!

📚 อ้างอิง : ddpropertykasikornbank

 

 

Say Hello!

065-632-7897
086-440-1768

Line ID : p.chayapas

Links

About

Contact

Shop

เช็คความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน

เช็คความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน

❌ อย่าเพิ่งกู้ซื้อบ้าน! ถ้ายังไม่รู้ 3 เรื่องนี้ ที่ปรึกษา Larose Property อยากบอก ก่อนคุณตัดสินใจซื้อบ้าน

 การมีบ้านในฝันเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายคน แต่ก่อนจะเดินหน้ายื่นเรื่องกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร คุณต้อง เช็คความพร้อมก่อนกู้ซื้อบ้าน ให้ชัดเจนเสียก่อน มี “กุญแจ” สำคัญ 3 ดอก ที่คุณต้องไขความลับให้ได้ เพื่อให้การกู้บ้านของคุณราบรื่น ไม่ติดขัด และไม่กลายเป็นภาระหนักเกินความจำเป็น ในฐานะ ที่ปรึกษาการขายอสังหาริมทรัพย์ Larose Property by P.Chayapas เราเข้าใจดีว่าเรื่องบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงสรุป 3 เรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้และเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจกู้!

เรื่องที่ 1: 💰 ความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง (Debt Service Ratio - DSR)

สิ่งที่ต้องรู้: ไม่ใช่แค่รายได้ต่อเดือน แต่คือ “รายจ่าย” ที่คุณมีอยู่ก่อนแล้ว ธนาคารจะนำรายได้ของคุณมาหักลบกับภาระหนี้เดิม (บัตรเครดิต, รถยนต์, สินเชื่อส่วนบุคคล) เพื่อดูว่าเหลือ “กำลังซื้อ” ที่แท้จริงเท่าไหร่

คำแนะนำจากที่ปรึกษา: 

  • โดยทั่วไป ธนาคารพาณิชย์หลัก จะให้ผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดไม่เกิน 40-60% ของรายได้ต่อเดือน (สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและประวัติดี อาจพิจารณาได้ถึง 70%)
  • ทริคพิสูจน์ตนเอง: ลองคำนวณการผ่อนต่อเดือนสำหรับบ้านที่คุณต้องการ (สมมติ 7,000 บาทต่อล้านบาท) แล้วลอง “เก็บเงิน” จำนวนนั้นเข้าบัญชีสำรองสัก 3-6 เดือน เพื่อดูว่าคุณสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้จริงหรือไม่

เรื่องที่ 2: 💵 เงินออมสำหรับ "ค่าใช้จ่ายแฝง" (Hidden Costs & Down Payment)

สิ่งที่ต้องรู้: การกู้ได้ 100% ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ต้องใช้เงินเลย การซื้อบ้านมีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่างวดที่คุณต้องเตรียมให้พร้อม

  • ตัวอย่างค่าใช้จ่ายแฝงและค่าธรรมเนียม:

1. เงินดาวน์ (ถ้ากู้ได้ไม่เต็ม 100%): เตรียมไว้ 10-20% ของราคาซื้อขายบ้าน (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร)
2. ค่าธรรมเนียมการโอน: เตรียมไว้ 1-2% ของราคาประเมิน (โดยปกติจะแบ่งจ่ายคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย หรือตามตกลง)
3. ค่าจดจำนอง: 1% ของวงเงินกู้ (ต้องจ่ายในวันโอน)
4. ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย: เป็นค่าใช้จ่ายบังคับที่ต้องทำตามระยะเวลาสัญญา
5. ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์: เตรียมไว้ประมาณ 2,500 – 5,000 บาท (ต้องจ่ายก่อนอนุมัติ)
6. ค่าส่วนกลางล่วงหน้า: สำหรับโครงการที่อยู่อาศัย (อาจ 1-3 ปี)
7. ค่าตกแต่ง/เฟอร์นิเจอร์: งบประมาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

 

💡 คำแนะนำจากที่ปรึกษา: เตรียมเงินสดสำรองไว้ อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน สำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพื่อป้องกันภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังหลังโอนบ้าน และพึงระลึกว่า วงเงินกู้ของธนาคารจะอ้างอิงจาก "ราคาประเมิน" ซึ่งอาจต่ำกว่า "ราคาซื้อขายจริง"

เรื่องที่ 3: 📊 ประวัติเครดิตบูโร (Credit Bureau Record)

สิ่งที่ต้องรู้: ประวัติการชำระหนี้ของคุณคือ “ความน่าเชื่อถือ” ที่ธนาคารจะใช้ประกอบการตัดสินใจ ทุกครั้งที่คุณจ่ายล่าช้า หรือไม่จ่ายหนี้ จะถูกบันทึกไว้ในระบบเครดิตบูโร

💡 คำแนะนำจากที่ปรึกษา:

  • ตรวจสอบตนเองก่อนยื่นกู้: ให้ตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณเอง เพื่อดูว่ามีประวัติผิดพลาดหรือล่าช้าหรือไม่ (ปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ง่ายผ่านแอปธนาคาร/ตู้ ATM หรือบริษัทเครดิตบูโรโดยตรง ซึ่งมีค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย)
  • เคลียร์หนี้เก่าที่ไม่จำเป็น: ปิดบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้ หรือเคลียร์สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวงเงินน้อย ๆ เพื่อ “เพิ่ม” ความสามารถในการกู้บ้านของคุณ เพราะวงเงินที่ยังเหลือในบัตรเครดิต ถึงแม้ไม่ได้ใช้ ก็จะถูกนำไปคำนวณเป็นภาระหนี้ในระบบ DSR ด้วย

เรื่องบ้าน...ปรึกษาเรา!

เราทราบดีว่าความกังวลด้านสินเชื่อเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่เมื่อคุณได้ เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ตามหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อที่เราแนะนำแล้ว การอนุมัติสินเชื่อและบ้านในฝันก็อยู่แค่เอื้อมมือคุณ

Larose Property by P.Chayapas พร้อมดูแลคุณในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินวงเงินกู้เบื้องต้น การจัดเตรียมเอกสาร หรือการเจรจากับสถาบันการเงิน เราจะช่วยให้เรื่องยุ่งยากกลายเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นสำหรับคุณ

อย่าลังเลที่จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง! โทรหาเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!

เราคือ ที่ปรึกษาที่จะมอบ 🔑กุญแจสู่บ้านในฝัน ให้คุณ เพราะเราอยากให้เรื่องบ้านเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ.

📚 อ้างอิง : ddpropertykasikornbank

 

 

Say Hello!

065-632-7897
086-440-1768

Line ID : p.chayapas

Links

About

Contact

Shop

Pin It on Pinterest